แสงจันทร์คืนเดือนมืด
ส่องอยู่นอกหน้าต่าง
เธอนิ่วหน้านิดหนึ่ง
ขยับนั่งหลังตรง
ตีคอร์ดกีต้าร์ป๋องแป๋งอินโทร
ตามด้วยเสียงร้องกลั้วหัวเราะ
คือเพลงเดิมที่คุณเคยเลิกฟัง
ตั้งแต่ได้ยินไม่กี่ครั้ง
เพลงที่คุณตัดสินแล้วว่าไม่ดีพอ
ตกตะลึง คุณไม่มีคำอธิบาย
จินตนาการแต่หนไหน
ดลให้เกิดเสียงที่เธอร้องอยู่นี้
อารมณ์เอิบอาบท่วมรอยยิ้ม
ยิ้มให้ลมหายใจที่สูดเข้าไป
เพื่อเปล่งเสียงสะอื้นไห้
แด่ความตายของคนรัก
ความรักของคนตาย
ในเสียงสะท้อนวังเวง
แห่งความทรงจำแสนหวาน
ซึ่งทาสหน้าโง่ใช้ปกปิด
อาการเสพติดความเจ็บปวด
ล้างมันไปให้หมด เธอว่า
หมดไปกับสายลม
ซึ่งพัดปอยผมสีทองสว่าง
ไพล่ตกลงมาปรกท้องฟ้ามืด
เหนือดวงตาสีฟ้าหัวเราะร่าคู่นั้น
คุณกลืนน้ำลายก่อนกระซิบถาม
ดูเหมือนเราเคยพบกันในความฝัน
เธอเลิกคิ้วบอกว่าไม่หรอกค่ะ
แต่นี่คือเพลงของเราสองคน
น่าจะใช่นะ เธอพยักหน้ายืนยัน
แล้วทั้งหมดที่เกิดต่อจากนั้น
คือความเงียบเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง
ลอยรี่ไปบนผิวน้ำจับเกล็ดแข็ง
พอกขาวโพลนรอบเสาสะพาน
ตั้งแต่ฤดูหนาวหลายต่อหลายปีก่อน
ลมหายใจเย็นเยือกชวนเจ็บร้าว
ติดตามคุณไปทุกหนทุกแห่ง
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ
เธอกำลังยิ้มกว้าง
ให้มองเป็นครั้งสุดท้าย
คุณค่อยๆ ก้มลงซุกหัวกับพื้น
เห็นภาพสะท้อนของท้องฟ้าว่างเปล่า
มีเพียงจุดแสงต่างสีกระจายห่างๆ
กับยิ้มกว้างของเธอ
ในเสียงกีต้าร์แว่วแผ่ว
ทั้งที่เพลงจบไปแล้วนานแสนนาน
...
24 มิถุนายน 2552
บ้านเลขที่ 103 หมู่บ้านท้องฝาย แม่ริม เชียงใหม่